Hacksaw ridge

วันนี้จะมารีวิวหนังฟอร์มยักษ์จากเมล กิ้บสัน ที่เข้าโรงบ้านเราในช่วง สั้นๆ แต่ ก็ถือว่าเป็นฟอร์มยักษ์ ที่น่าสนใจ มาก เช่นกัน ก็ คือเรื่อง Hacksaw ridge นั่นเอง ดูเหมือนเรื่องนี้ ได้กวาดรางวัลไปหลายๆ ชื้นอยู่เหมือนกัน ของออสการ์ อย่างเช่นภาพ ก็ได้รางวัลมา

และนักแสดงนำฃายที่เป็นพระเอก ก็ดูเหมือนจะได้มาด้วย ไม่ว่าจะเป็น คะแนน imdb ก็สามารถได้เกิน 8 เท่านี้ ก็พอจะพูดว่า เป็นหนังที่การันตี ความคุณภาพ ได้พอสมควรแล้ว มาดูเรื่องย่อ ก่อนที่จะไปฟังความคิดเห็นส่วนตัวได้เลยครับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Hacksaw ridge
Hacksaw ridge

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เรื่องย่อ Hacksaw ridge

ในเรื่องนี้นั้นจะเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่ง เป็นนักโบราณ ย้อนยุค แหละครับ เป็นเรื่องราวของเด็ก หนุ่มที่มีปม ด้านความรุนแรง ในเรื่องเด็กหนุ่มคนนี้จะ ชื่อดอส แต่ว่าปมความรุนแรงของ ดอส ก็ต้องไปดูในเรื่องเอาเอง ว่าเกิดจากอะไร แต่จะบอกก่อน ในครอบครัวของ ดอส ค่อนข้างที่ ยุ่งเหยิงหน่อยๆ

เพราะ ทางด้านแม่ ของเขานั้น จะเคร่งศาสนาเอามากๆ ส่วนทางด้านพ่อของเขา ก็เป็นทหารเก่า ที่ผ่านการ รบในช่วงสงครามโลก ครั้งที่หนึ่งมาแล้ว ก็จะมีปม เกี่ยวกับทางด้าน สมอง หรือการผ่าน การใช้ความรุนแรงมาพอสมควร และนอกจากพ่อกับแม่แล้ว ดอสก็ยัง พี่น้องที่เป็นผู้ชาย อีก 1 คน

ก็เติบโตขึ้นมาด้วยกัน ดอสก็เติบโต มาเป็นหนุ่ม จนถึงช่วง วัยรุ่น เขานั้นมักจะช่วย งานทางด้าน ศาสนา กับทางแม่ อยู่บ่อยครั้ง แต่ เรื่องของเรื่องก็คือ ดอส จะเป็นคนรักชาติ ซึ่งเป็นคนที่รักชาติมากๆ จนที่แบบ อยากจะอาสา ไปเป็นทหาร เพื่อทำหน้าที่เพื่อชาติ อยากที่จะให้ชาตินั้น ชนะสงครามและกลับมาสงบศึก แต่จุดที่แปลก

และเป็นเหมือนจุดสนใจของเรื่องนี้ ก็คือ เจ้าดอส อยากจะเป็นทหารที่จะรับใช้ชาติบ้านเมือง แต่ ตัวเองไม่ยอม จับปืน ยังไงก็จะไม่ยอม จับปืน เพราะ ปืนนี่เป็นสิ่งที่เป็นความรุนแรงกับเขามาก เพราะเขานั้นเคร่งศาสนา เป็นที่สุด

ก็คือ ในเรื่องจะต้องต่อสู้กับเรื่องของตัวเอง และ ต่อสู้เพื่อคติของตัวเอง จากทหาร จากชาติบ้านเมือง แปลกไหมล่ะครับ ทหารที่จับปืนไม่ได้ แต่ก็อยากที่จะเป็นทหาร ยังไงก็ต้อง ติดตามกันดู ว่าเรื่องนี้ มันเป็นอย่างไรต่อนะครับ

ความรู้ส่วนตัวสึกหลังดู

ต้องขอบอกเลย ว่าเรื่องนี้ มันแทบจะกลืนกิน ความรู้สึกของผม ไปเลย ตอนแรกนั่งดูไปก็หมั่นใส้ ความแก่น ของพระเอกๆ สุดๆ คือส่วนตัว มีความคิดว่า แกล้งๆ จับปืน แต่ไม่ต้องไปยิงใครก็ได้มั้ง จับไว้ให้เป็นหน้าที่ แต่พอดู รู้เหตุผลของเรื่องเลย ว่าทำไมถึงจับปืนไม่ได้ และ ใช้ความรุนแรงไม่ได้ คือ ยอมใจ เรื่องนี้มาก ๆ สามารถบอกได้ว่าเป็นหนังทหารที่ดี ที่สุดมากๆ มีค่าต่อจิตใจผมมากๆ เลยครับ เรื่องนี้

รีวิว MULAN

เครดิต : www.ufa877.com 

MULAN

วันนี้จะมาริวิวหนังที่ ออกมาช่วง โควิด-19 พอดีเลยนะครับ เป็นหนังที่ เคยมีการทำขึ้นหลายๆ ต่อหลายรอบๆ ในหลายๆ เวอชั่น ก็คือ MULAN 2020 ส่วนเรื่องนี้ เป็นสร้างขึ้นแล้วออกมาฉายในปี 2020 นี่เอง การเรียบเรียงและสร้างขึ้น จาก Disney ที่สร้างหนังหนังแอนนิเมชั่น ออกมาได้ น่าดู ตระการตา มากๆ ที่ผ่านมา เวอรืชั่นก่อนหน้านี้ เคยสร้างในแบบ

เวอร์ชั่น ที่เป็นการ์ตูน ใน 1998 มาแล้ว แต่ในรอบนี้ พร้อม ทำเป็นหนังฟอร์มยักษ์ ที่ได้นักแสดงละคร ที่เป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียงอีกมากมาย และจะสร้างขึ้น ออกมาได้เป็นแบบไหน ถูกใจเราหรือเปล่า แต่ก่อนหน้าก่อนที่จะไป รับฟังรีวิวความคิดเห็นนั้น ไปดู เนื้อเรื่อง ย่อกันก่อนได้เลย ครับผม

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

MULAN
MULAN

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เนื่อเรื่องย่อ MULAN

เนื้อเรื่องย่อ ของเรื่องนี้ก็คือ จะมีครอบครัว ครอบครัวหนึ่งที่ อยู่ในชนบท ทางตอนเหนือ ของจีน ที่กินกันอยู่ แบบ ธรรมชาติ และค่อนข้างยากจน พอสมควร แต่ในครอบครัวของ มู่หลานนั้น กลับแตกต่างกับ ครอบครัวอื่นๆ อย่างมาก เพราะ กุลสตรี

ของจีน ที่เกิดขึ้นมานั้น จะต้องมีกริยา ที่เรียบร้อยและ พร้อมที่จะ หาคู่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เพื่อเป็นเกียรติ แก่ วงตระกูล แต่ หมู่หลาน ที่เป็นเด็กหญิงกลับไปใช่ แบบที่ครอบครัวอื่นเป็น เธอ นั้นมีความสนุก ร่าเริง รักในการใช้ศิลปะ ในการต่อสู้ ที่เก่งกาจมากกว่า เด็กผู้ชายเสียอีก

จนเมื่อถึงเวลาของการ จะต้องมีคู่ครองนั้น เธอก็ทำกริยาที่ไม่สมควรออกมา จึงได้พลาดจากการมีคู่ครองครั้งนั้น แต่เรื่องราวของเรื่องก็เกิดขึ้น เมื่อจักรพรรดิ นั้นจะต้องให้ครอบครัว ส่ง ชาย อย่างน้อย 1 คน เพื่อไปต่อต้ายการก่อการร้ายจาก ผู้ไม่หวังดี

และทางครอบครัว ของมู่หลานก็จะมีแต่ ลูกสาว ผู้เป็นพ่อจึงต้อง อาสาเพื่อไป ฝึกทหาร แต่ผู้เป็นพ่อนั้นต้องถึงกลับช็อค เมื่อเช้าตื่นขึ้นมานั้น พบว่ามู่หลาน นั้นเอา ดาบ เครื่องแต่งกาย ของตนไป เพื่อไปรบแทนตนเอง และเรื่องราวทั้งหมด ก็ต้องไปติดตามเอา ว่าการ ปลอมตัวเป็นชาย ในการไปฝึกทหารครั้งนี้ นั้จะเกิดอะไรขึ้น

ความรู้สึกหลังดู

ในส่วนตัว ก็ให้เรื่องนี้ ถือว่า โอเคเลยนะ แต่ยังไม่โอเค แบบ ว้าว มากสักเทาไหร่ เพราะ ถ้าเป็นเรื่อง ความมันส์ ของเรื่อง ถือว่า ไม่ค่อยมันส์ เท่าที่ควร พอตของเรื่อง นั้นคนข้างที่จะเดาได้ง่าย อย่างฉากที่ มู่หลานั้นไปรบแทน พ่อและปลอมตัวไป อันนี้ ก็คิดว่า ต้องใช่แน่ๆ มู่หลานไปแทน แน่ๆ ในช่วงตอนจบก็เดาได้อีก ว่าจะจบแบบไหน

แต่ที่ต้องชื่นชม ก็ชื่นชมในเรื่องการทำ ภาพ แหละใช้ ตัวละคร ออกมาได้ค่อนข้างดี และหน้าดู นางเอก สวยมาก แต่ว่ามีอะไรที่ แบบ มันง่ายไปป่ะวะ อะไรแบบนี้เกิดขึ้น

ก็บอกเลยว่า สนุก สามารถดูได้เพลินๆ ไม่มีดราม่า แต่ยังไม่มันส์เท่าที่ควร เพราะเป็นการเล่าเรื่องของเด็กผู้หญิง ซะมากกว่าดี แต่โดย รวมถือว่าดีมากครับ 7 เต็ม 10 ครับผม เรื่องนี้

รีวิว แฟนเดย์

เครดิต : Ufabet1688

Black Panther

วันนี้จะมาเขียนรีวิวหนัง ฟอร์มยักษ์ จาก ค่าย มาเวล สตูดิโอ เรื่อง Black Panther ถือว่าเป็นหนังที่ นับได้ว่าได้กระแสตอบรับที่ดีเรื่องนึง ของหนังที่เป็นประเภท ซุปเปอร์ฮีโร่ และในเรื่องมีความทันสมัยมาก จากเมืองที่อยู่แสนไกลจาก ที่มีชื่อเมืองว่า วากันดา ตอนแรกที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ ก็คิดว่าแล้ว ว่าเรื่องนี้ มันจะต้องมีอะไร ที่ดี จากกระแสตอบรับจาก

นักวิจารย์ หนังต่างๆ ทั้งในโลกโซเชียล ต่างก็ยกให้เรื่องนี้ เป็นหนัง ที่คุ้มค่า มากๆ ด้วย พอตเรื่องของผู้กำกับ ที่บอก ที่มาของ ซุปเปอร์ ฮีโร่ ตัวนี้ กับเมืองที่

ศิลปะ ความเป็นชนเผ่าที่เต็มไปด้วย เทคโนโลยี ที่น่าเหลือเขื่อ และหนังเรื่องนี้ เป็นการผสมผสาน เอาความน่าสนใจ ของ ซุปเปอร์ ฮีโร่กับการเมืองมาเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบมากๆ

เรื่องย่อ Black Panther 2018

โดยเนื้อเรื่องย่อ ก็จะไม่ค่อยมีอะไรมาก เหตุเกิดจาก พระราชาคนก่อนนั้น มีเหตุการณ์ ที่ต้องเสียชีวิตลง และเมื่อพระราชานั้น เสียชีวิตลง ก็ทำให้บ้านเมือง ของเมืองวากันดา นั้นต้องสั่นคลอนเนื่องจากไม่มี ผู้นำจำเป็นจะต้องหา พระราชาคนต่อไป

และถ้าตามประเพณี นั้น ลูกชายคนต่อไป จะต้องมาสือทอด ทายาท แต่เรื่องราว ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเนื่อง จาก น้องชาย ที่เป็นสายเลือดของกษัตริย์ ที่หายไปนานแสนนาน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Black Panther
Black Panther

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ตั้งแต่ที่ยังเด็ก ดันกลับมา ในช่วงที่ พระเอก ทีชาล่า นั้นกำลังจะขึ้นบัลลัง และตามธรรมเนียม ของ วากานด้า นั้น ไอ้น้องชาย ตัวแสบ ที่มีสายเลือดนั้น ก็อยากที่จะเป็นใหญ่ โดยให้ใช้กฏ การประลอง เกิดขึ้น และถ้าใครชนะ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ก็จะขึ้นเป็นพระราชา และการประลองครั้งนี้ ก็ได้ชนเผ่าต่างๆ นั้น มาคอย เป็นสักขีพยาน

และด้วยความที่ชนเผ่าต่างก็โดนปั่นหัว จากน้องชายตัวแสบ นั้นก็ต้องหลุมพรางทำไปตามธรรมเนียม และการประลองก็เกิดขึ้น ทั้งคู่ต่างเป็นคู่ที่มีผีมือมาก และการต่อสู้ จะต้องเป็นนึงแพ้ ละต้องเสียชีวิตลง อีกฝ่ายถึงจะได้ขึ้นครองราชย์ และทีชาลา พระเอกของเรา นั้นได้พ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้

แต่เรื่องราวของเรื่องนี้ ก็ยังไม่จบแบบนี้ เนื่องจาก เกิดความไม่ยุติธรรม กับฝ่าย ทีชาล่า นั้นที่เป็นทายาท ตัวจริง ทางพวกขุนนางนั้นก็ทำการต่อต้านจากพระราชา คนใหม่ ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงวากานด้า ไปในทางที่ไม่ดี และความจริง ในการประลอง คือ พระเอกของเรานั้นยังไม่ตาย พร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังคืน ต่อจากนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อเองนะครับ

ความรู้สึก หลังจากที่ ดูเรื่องนี้ นั้นแทบจะบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรมาก กระแสกับคนที่ได้ยินมาก็ตามนั้นเลย ครับ มันดีมากๆ ทุกอย่างลงตัวไปหมด พระเอกไม่ได้เก่งเกินไปมาก มีความอ่อนแอ ของพระเอกอยุ่ด้วย ด้วยฉากด้วยความอลังการ ของเรื่องนี้ คือ ดี ดีจริงๆ ตอนจบมีฉากดราม่าให้สงสัย แต่ต้องไปดูเองนะครับ เป็นที่พีคพอสมควร

รีวิว Zombieland แก๊งซ่าส์ล่าล้างซอมบี้

Zombieland แก๊งซ่าส์ล่าล้างซอมบี้

ถ้าพูดถึงเรื่องหนัง ซอมบี้ นั้น ถือว่าในโลกนี้ ได้สร้างเนื้อหาประเภทที่เกี่ยวกับซอมบี้มากมายแทบจะเป็น ร้อยๆ เรื่อง แต่หนังซอมบี้ ที่จะได้รับการยอมรับนั้น มีไม่มากสักเท่าไหร่วันนี้ ก็จะนำเอาหนังเรื่องซอมบี้ เรื่องนึงที่หลายคน นั้นซูฮกว่า เป็นหนึ่งในหนังซอมบี้ ที่ดีที่สุดเรื่องนึง นั่น ก็คือ Zombieland นั่นเอง และภาคที่นำมารีวิวนั้น เรื่องนี้เป็นภาคที่แล้ว ที่เราจะได้ชม เพราะ ภาคแรกนั้น เกิดขึ้นมานาน นับ 10 ปี ถือว่าให้เรารอกันได้นานมากๆ ครับ

แต่เรื่องนี้นั้นจะเป็นหนังซอมบี้ ที่จะเต็มไปด้วยความสนุก เฮฮา มากกว่าที่จะซีเรียส เพราะเอาจริงๆ มันก็เหมือน หนังคอมดี้ ที่ใส่เรื่องราวของซอมบี้เข้าไปเท่านั้นเอง แต่มันก็จังหวะที่หวาดเสียวให้เราลุ้นกันอยู่บ้าง ไม่ใข่จะเอาแต่ตลก

แต่ด้วยความตลกนั้น เนื่องจากเป็นหนัง ฝรั่ง นั้น สำหรับใครที่ไม่ค่อย รู้ภาษา หรือ ไม่เกตกับหนังฝรั่งสักเท่าไหร่ ก็จะมองว่ามันไม่สนุก เพราะ มุข ของฝรั่งนั้น มันไม่เหมือนกับตลกบ้าน เรา คนที่ไม่เข้าใจก็อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้ ไปได้ง่ายๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Zombieland
Zombieland

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

และผู้กำกับเรื่องนี้ ก็คือ คนเดียวกันกับภาคแรกที่เคยทำผลงานมาให้เราชมแล้ว ก็คือ รูเบน เฟรชเชอร์ ที่เคยสร้างเรื่อง เวนอม หนังที่เกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ที่หลายๆ คนน่าจะเคยดูมาบ้าง

เรื่องย่อ Zombieland

หนังเรื่องซอมบี้ จริงๆ ก็คือหนังที่จะต้องเอาตัวรอด จาก ซากศพที่เดินได้ ก็จะมีกลุ่มนึง ที่จะต้องเอาตัวรอด จาก พวกซอมบี้ โดยกลุ่มนี้ ในภาคแรกนั้นก็ไม่ได้รู้จักกัน ในตอนแรก และภาคนี้ได้สานต่อ จากเดิม เขาได้มารวมตัว เป็นพวกเดียว

เพื่อร่วมมือ ในการเอาตัวรอด ในแต่ละคนก็มีนิสัยที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็มีนิสัย ไร้สาระ บ้าคลั่งกันไปตามภาษา และจุดนี้ ก็เป็นอีกจุดนึงที่ทำให้หนังเรื่องนี้นั้น สนุก โดยเมื่อในภาคแรก

สหรัฐอมเริกานั้น ได้เกิดซอมบี้ระบาดหนัก จนทำให้บ้านเมืองนี้กลายเป็นเมืองล้างไปในที่สุด และพวกเขาคือกลุ่มที่เหลือรอดชีวิตมาได้ ในภาคแรก และได้เป้น แก๊งที่ล่าซอมบี้ ด้วยความโหดบ้าคลั่งของกลุ่มนี้ ก็ได้สร้างเรื่องความวุ่นวายอย่างไรต่อ ต้องคอยติดตามดู และที่สนใจไปกว่าเดิม คือ ซอมบี้ในภาคนี้ นั้นมีความโหดมากกว่าเดิม

ความรู้สึกหลังดู

หลังจากที่ได้ดูภาคสองแล้ว ต้องขอบอกเลย ว่า มันสนุกมากขึ้นกว่าเดิม ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดเหมือนกันไหม แต่สำหรับส่วนตัว ถือว่าเรื่องนี้ ดีกว่าเดิม และภาพรวม ในอารมณ์ ต่างๆ รู้ว่าเต็มมากกว่าเดิม มาก ได้รสชาติ ของความมันส์ เสียงประกอป หรือการดำเนินเรื่องก็ไปได้ด้วยดี ไม่การันตี ว่าเป็นหนังซอมบี้ ที่ดีที่สุด แต่ขอบอกว่า สนุกกว่าเดิม

รีวิว ไบค์แมน 2

Extraction

แต่เนื่องจากมันค่อยจะมีหนังอะไรให้ดูมากนัก มันก็อาจจะฟุ้งซ่านกันนิดหน่อยและในที่สุดหนังแอคชั่น ที่ทาง Netflix ก็ปล่อยหนังที่แทบจะบอกได้ว่าเป็น แลไอเทมของคนที่อยู่บ้านไม่ได้ไปไหน เรื่องนั้นก็คือ Extraction นั่นเอง ถือว่าเป็นภาพยนตร์ ที่น่าสนใจ

มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งพักใหญ่ๆ ที่หลายๆคนนั้นจะต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน และห้ามออกไปไหนเกินเวลา และควรอยู่แต่ในเวลาที่ทางการกำหนดให้ ซึ่งช่วงนั้นก็คือช่วงที่ โควิด- 19 ระบาดนั่นเอง ทุกอย่างในโลกภายนอกส่วนใหญ่จำต้องปิดลง โรงหนังก็รวมไปด้วย สำหรับคอหนัง ก็จึงจำเป็นที่จะต้องหาหนังอะไรมาเพื่อปลอบโลม จิตใจ

มากๆ ในช่วงตอนนั้น จากการค้นคว้าหาข้อมูลของหนังเรื่องนี้ ก็ได้คำตอบมาว่า นักแสดงนำของเรื่อง เป็น Cris Hemwort หรือนักแสดง จาก Thor เทพเจ้าสายฟ้าที่พวกเรารู้จักกันดี ซึ่ง คริส นั้นได้มาเป็นตัวเอกของเรื่องในเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการเป็น โปรดิวเซอร์

ให้กับเรื่องนี้ ไปด้วย สิ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ การที่ได้รับรู้เรื่องราวของหนัง ว่าในหลายๆ ฉากของเรื่อง นั้น ได้มาถ่ายทำที่ประเทศไทย ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นที่จังหวัด ราชบุรี จนทำให้หลายคน ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้าคอยดูเรื่องนี้กัน จึงทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นยิ่งไปอีก

รีวิว Exraction 2020

ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศ อินเดีย เมื่อลูกชายของมหาจัน อดีต มาเฟีย ชื่อดัง ที่ตอนนนี้ ตนเองนั้นได้อยู่ในคุก ถือจะวางมือไปแล้วก็ตาม แต่ความแค้นฝังใจ ของอริก็ยังไม่เลือนหาย โดยได้ไปจับตัวของ โอวี่ ลูกชายของมหาจันไป และมหาจัน จึงต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ตัวลูกชายกลับคืนมา ถึงแม้มหาจันนั้น จะมีลูกน้องคู่กายที่มากฝีมือก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะต่อกร กับอริ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Extraction
Extraction

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ฝ่ายตรงข้ามได้เพราะ อีกฝ่ายนั้นมีอำนาจการต่อรองที่เหนือกว่ามาก และความคิดที่สามารถเป็นไปได้ แบบที่ฝ่ายตรงข้ามนั้น ไม่รู้ตัวก็คือการจ้าง ผู้เชี่ยวชาญ อิสระ และ ไทเลอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่ดูแล้วน่าจะเหมาะสมที่สุด ในการที่นำตัวลูกชายกลับมา แต่เรื่องราวของเรื่องนี้ ก็ไม่ได้สวยหรู อย่างที่คิด เกิดความทรยศ หักหลังกันเกิดขึ้น และเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามกันดูครับ

ความรู้สึกเมื่อได้ดูหนัง เรื่องนี้

ต้องขอบอกก่อนเลยว่าถ้าเป็นเรื่องความมันส์ ของหนัง ยกให้ความมันส์ นั้นได้คะแนน จากความตั้งใจของผู้สร้างไปเลย โดยรวมของความมันส์ นั้น ถือว่าดีมาก พอตเรื่อง อาจจะตื้นไปหน่อย แต่ก็ไม่ง่ายคนใครสามารถเดาได้ โดยรวมจากหนังถือว่าดี

พระเอกมีความเก่งกาจ แต่ไม่ใช่ว่าเก่งเหนือ มนุษย์ จนทำบางทีก็พลาดท่าได้รับความบาดเจ็บมาด้วย ถือว่า ใกล้เคียงความจริง และทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก อย่าลืมที่จะหยิบเรื่องนี้ ขึ้นมาดู โอเคเลยทีเดียว

รีวิว The Martian

The Martian

วันนี้ก็จะมา รีวิวหนัง คุณภาพอีกเรื่องนึงให้ทุกคนได้ทราบจากมุมมองของทางเว็ปไซต์ เ รา และวันนี้เรื่องจะนำมารีวิวนั้น ก็คือเรื่อง The Martian มีชื่อภาษาไทยว่า กู้ตาย 140 ล้านไมล์ เป็นหนังไซไฟ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นนักวิจารย์จากไทยหรือต่างประเทศ ต่างชม หนังเรื่องนี้ ออกมาเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า เป็นที่ดี มีคุณภาพมากๆ เลยครับ

ความรู้สึกจากที่ได้ดูหนัง The Martian

เรื่องก็ คือแบบ ออกมาได้ดีแทบจะทั้งหมด ฉากแต่ละฉากก็ออกมาได้ ไม่ว่าเป็นภาพต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ นักแสดงก็แสดงออกมาได้แบบ เหมือนจริงๆ มาก เหมือนว่าไปติดอยู่ นั่นจริงๆ เลย ก็คือแบบ รวมๆ แล้ว ทุกอย่างออกมาได้ ดีมากเลยครับ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

The Martian
The Martian

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

จุดสำคัญของเรื่องก็คือ หนังเรื่องนี้นั้นจะเป็นหนังที่เป็นการเอาตัวรอด ของพระเอกที่บน ดาวอังคาร และสิ่งที่ทำให้เรา สนุกตามหนักเรื่องนี้

ก็คือการที่พลังนั้น นั้นมีความเก่ง มากความสามารถ ในการเอาตัวรอด อย่างๆ มาก จนแบบ บางทีสงสัยว่าจะเก่งอะไร ขนาดนั้น แต่ถึงยังไง หนังที่สร้างให้พระเอก เก่งมันก็ออกมาดี

และ อินตามในความเก่ง ของพระเอกมาก ในการเอาตัวรอดต่างๆ ในการใช้ความรู้ บ้านนอกๆ บ้าง หรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่เอาตัวรอด ในแต่ละอย่างของพระเอก ทำให้เราลุ้นตาม ไปตลอด แต่ถึงจะบอกว่า พระเอกเก่งยังงั้นยังงี้ มันก็ต้องมีข้อผิดพลาดกันบ้าง กับบางอย่าง ถึงจะทำให้หนัง นั้นออกมาสนุก

การดำเนินเรื่องของหนังนั้นก็จะไปตามทีละขั้นตอน จะไม่หวือหวาอะไรมากมาย ดูแล้วก็อาจจะรู้สึกเบื่อได้ นะ ต้องใช้ความอดทน นิดหน่อย

แต่ไม่ถึงกับขนาดนั้น เพราะเรื่องเค้าทำมาดี แค่หนังมันยาว และไม่ได้มี ฉากลุ้นให้เราได้ดูเหมือน แอคชั่นที่สู้กันทั้งเรื่องแน่นอน แต่ในใจ ก็คิดไว้ว่า หนังเรื่องนี้ มันต้องซ่อน ความเล้าใจ

ไว้ในจุดไหนสักเรื่องนึง แต่เราก็ยังรอ เมื่อจังหวะนั้นมาถึง แต่ก็ยังไม่มา แต่เราสามารถเข้าได้ว่า มันจะยังไม่มีฉากลุ้นอะไร นอกจากดูกิจกรรมในแต่ละวันของพระเอก ว่าไปถึงไหนแล้ว แต่จริงๆ มันก็มีให้เราลุ้นอยู่เล็กน้อย ในอารมณ์ ที่แบบ ทรัพยากร ที่มีจะหมด ต้องทำยังไง น้ำหมด ข้าวหมด ต้องทำยังไง พระก็จัดสรร มาให้เรา โล่งอก ตลอด

แต่เรื่องราวในตอนจบของหนังเรื่องนี้จะจบ ลงอย่างไรก็ สามารถ ไปติดตามกันเอาเอง แต่ต้องขอบอกความรู้สึกก่อน ว่าเรื่องนี้ นั้นค่อนข้างที่จะเนือยๆ ซะมากกว่า ถ้าถามถึงเรื่องนี้ ว่าดีไหม บอกเลย ว่าดี แต่แค่ถ้าใครต้องการ ความเล้าใจ ก็จะไม่ค่อยเจอ ในเรื่องนี้ สักเท่าไหร่ พระเอก แสดงดีมาก

รีวิว Tangled

Shazam

ผู้ชื่นชอบหนังสือการ์ตูนทราบดีว่า Shazam ซูเปอร์ฮีโร่จาก DC มีชื่อเดิมว่า Captain Marvel เมื่อเขาเป็นแบรนด์ที่ขายดีที่สุดในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ของ Fawcett Publications ซึ่งถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งตัวละครในปี 2497 หลังจากคดีละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยาวนานจากข้อหาลอกเลียนแบบ ซูเปอร์แมน

เราทุกคนมีซูเปอร์ฮีโร่อยู่ในตัวเราต้องใช้เวทมนตร์เพียงเล็กน้อยในการดึงมันออกมา โดยตะโกนออกมาคำเดียว -SHAZAM ! เด็กอุปถัมภ์วัย 14 ปีข้างถนนคนนี้สามารถเปลี่ยนเป็น ชาแซม ผู้ใหญ่ได้ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพ่อมดโบราณ ยังคงเป็นเด็กที่มีหัวใจ – ภายในร่างกายที่ใหญ่โตขึ้นและพลังที่ได้มาจากพระเจ้สเหมือน ชาแซม มีความสุขกับตัวเองในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่มาก เขาลองยิงสายฟ้า สายฟ้านั้นก็ออกมา ลองกระโดดเพื่อจะบินแต่ก็ทำไม่ค่อยได้ เพราะยังงง กับพลังที่ตนนั้นเพิ่งได้รับมา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Shazam
Shazam

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ชาแซมเป็นตัวละครที่มีพลังวิเศษ ที่ได้รับมาจากพ่อมดให้มอบพลังให้มีพลังเหนือกว่ามนุษย์ ธรรมดา ในชุดสีแดง อันร้อนแรงนั้น เมื่อตอนแปรงร่าง เขาจะเป็นชาแซม ที่ตัวสูงใหญ่ และสุดท้ายเมื่อปฏิบัติ ภารกิจที่ต้องช่วยโลก เสร็จจึงได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ชาแซมนั้นต้อง ใช้พลังของเขาให้เป็นประโยชน์ เพื่อ ช่วยเหลือ อาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นกับโลก

ความคิดเห็นของหนังเรื่อง Shazam

ความคิดเห็นของหนังเรื่องนี้นั้นก็ถือว่าไม่หวือหวา สักเท่าไหร่ ค่อนข้างธรรมดา พอตเรื่องก็เดิมๆ ไม่มีความน่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่หลายๆอย่างก็ทำออกกมาได้ดี เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังคลายเครียดซะมากกว่า เพราะในเรื่องนั้น แอบใส่ความไร้เดียงสา ของ ซุปเปอร์ฮีโร่ ตัวนี้ไว้ พาให้เราอมยิ้มได้ทั้งเรื่อง มีมุกตลก ในการความซื่อบื้อ ของ ชาแซม

อาจจะเป็นหนังที่เหมาะ กับเด็กๆ มากกว่า แต่ผู้ใหญ่ ก็สามาถดูเพื่อให้ความเพลิดเพลิน ได้ ถึงจะเป็นหนัง ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่เสน่ห์ ของเรื่องนี้ ก็คือความแปลกใหม่ ของตัวละคร อารมณ์ เหมือนได้ดู เรื่อง ซุปเปอร์แมน เวอร์ชั่น ตลก ซะมากกว่า ยังไงก็ต้องลองดู ครับ ไม่แย่มากมาย แต่ก็ไม่ว้าวมากมาย ถ้าใครคนไหนที่กำลังสงสัย ในเรื่องนี้ หรือตัดสินใจ ว่ากำลังจะดูดีไหม ก็บอกเลยว่า ถ้าว่างก็สามารถดูได้ เลย แต่แอดต้องดูถึงสองรอบ เพราะ รอบแรก หลับ พอมีเวลาถึงจะมาได้ดูจนจบ

รีวิว Hobbs & Shaw

Hobbs & Shaw

มาถึงหนังที่ภาคแยกออกมาจาก FAST & FURIOUS หนังแอคชั่นที่หลายๆ รอ ติดตาม ก็คือ Hobbs & Shaw ถือว่าได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างดีพอสมควร เพราะเรื่องนี้ ทำออกมาได้มันส์ สะใจคนดูมาก นักแสดง แสดงกันได้สมจริง มีความเป็นมืออาชีพที่สูง

จากประสบการณ์ ที่ทั้งคู่ต่าง ผ่านการเล่นหนัง บู๊ บ้าดีเดือดมามาย การประกบคู่ ของ สองตัวพ่อ ที่อยู่ ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แต่กลับต้องมาร่วมมือ ในการทำภารกิจ ก็ทำเอาเรามันส์ ชื่นชม ในศักยภาพ ของแต่ละคนมากๆ

บอกเลยว่าเลือกไม่ถูก ว่าชอบใครมากกว่ากัน เอาเป็นว่าชอบทั้งสองคนมาก
พอตเรื่องภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายที่้เกี่ยวกับสายสัมพันธ์ ก็ทำให้เราไม่ได้ดู แค่หนังที่จะต้อง ต่อสู้กันอย่างเดียว แต่ได้บทที่มันเล้าใจในหลายๆด้านหนังเรื่องนี้จะเพิ่มฉาก ตลกๆ ให้เราชวนหัวเราะได้ทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนตลกก็ตลกซะแบบนึกว่าหนังตลก ตอนต่อสู้กันก็มันสุด เป็นอีกเรื่องที่คิดว่ามันไม่สนุก เพราะคิดว่าจะจำเจ

ในการที่เรา ดู ฟาส มาหลายๆภาค แล้ส แต่สุดท้าย ความรู้สึกที่ได้ก็เปลี่ยนไป เพราะได้ดูจบ ก็สรุปเลย ว่าดี กว่าหนัง แอคชั่นทั่วๆ ไป แบบเห็นได้ชัด ใครที่ยังไม่เคยดูก็ต้องรีบไปดูด่วนๆ เพราะตอนแรกก็เห็นเรื่องนี้ผ่านหูผ่านตามาตลอด จนสุดท้ายที่คิดจะดู ก็เลยทราบว่าความดี ของนักแสดง ที่เป็นระดับแนวหน้าของ ฮอลีวูด นั้นมีดีจริงๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Hobbs & Shaw
Hobbs & Shaw

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Hobbs & Shaw เรื่องย่อ

นับตั้งแต่ฮอบส์ (ดเวย์นจอห์นสัน) นักกฎหมายอุ้ยอ้ายเจ้าหน้าที่ผู้ภักดีของหน่วยบริการรักษาความปลอดภัยทางการทูตของอเมริกาและชอว์ (เจสัน สเตแธม) ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเป็นอดีตหน่วยปฏิบัติการชั้นยอดทางทหารของอังกฤษได้เผชิญหน้ากันครั้งแรกใน Furious 7 ในปี 2015

ทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนการพูดคุยอย่างบ้าระห่ำและ ซัดกันไปมา ขณะที่พวกเขาพยายามที่จะลดลง แต่เมื่อนักอนาธิปไตย Brixton (Idris Elba) ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุกรรมทางไซเบอร์ได้รับการควบคุมภัยคุกคามทางชีวภาพที่ร้ายกาจซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล – และนำสายลับ MI6 ที่เก่งกาจและไม่เกรงกลัว (Vanessa Kirby ของ The Crown) ซึ่งเป็นน้องสาวของชอว์ ศัตรูที่สาบานทั้งสองนี้จะต้องร่วมมือกันเพื่อกำจัด น้องชายคนเดียวที่อาจเลวร้ายกว่าตัวเอง หนังไทย

เครดิต : แทงบอลออนไลน์ 

Aquaman

วันนี้มาถึงคิวของหนังที่เป็นภาคกำเนิดของ โลกใต้น้ำ ที่ได้รับผลตอบรับได้ดีมากถึงมากที่สุด ในหลายๆอย่างของเรื่องที่มันดูไม่น่าเบื่อและเข้าใจง่าย บวกกับฉากแอกชั่นที่มาได้ตลอดทั้งเรื่องทำให้เรื่องกำเนิด Aquaman แมนนั้นจัดอยู่ในโหมดที่ดี สนุดเล้าใจเลยทีเดียว

Aquaman ปีที่ฉาย 2018 คะแนน 7.5

เป็นหนังภาคกำเนิดของเรื่องราวใต้น้ำ ที่ค่อนข้าง กระทักรัดไม่ยาวมากนัก แต่ ระยะเวลา ก็ปาไป 143 นาที ที่เล่าถึงการกำเนิด ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากนัก ดูแล้วเข้าใจง่าย มีช่วงแรกที่หนังพาไปทำความรู้จักตัวละคร ว่าเป็นมาอย่างไร

พระเอกคนนี้ นั้นใครเป็นผู้ให้กำเนิดขึ้นมา และตอนต่อๆ ไป ก็มีฉากการต่อสู้ของเรื่อง มาอย่างเรื่อยๆ แลพพอตของเรื่องก็ทำให้ไม่น่าเบื่อ อาจจะเจอเรื่องราวที่พลิกไปพลิกมา ก็ต้องลองดูกันครับ

โดยเรื่องนี้ก็จะอธิบาย ว่าพระเอกนั้น คือสายเลือดที่จะสือทอด พระราชาที่อยู่ใต้น้ำคนต่อไปพูดอีกอย่างก็คือ พระเอกนั้นเป็นเจ้าชาย ที่เป็นลูกราชานั่นเอง เรื่องนี้ ก็จะคล้ายๆ เรื่อง เทพเจ้าสายฟ้า ของ มาเวล แต่แค่สถานที่ของเรื่อง มาอยู่ใต้น้ำ ที่ไม่ใช่ แอสการ์ด แต่เป็น แอนแลนติส นั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Aquaman
Aquaman

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ในเรื่องนี้ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างอยู่เหมือนกันที่มันดูไม่ลงตัว ไม่เข้ากันเอาซะเลย แต่ทุกอย่างก็เอารวมกันได้ดี ให้เราสามารถเข้าใจมันได้ง่าย ไม่ยุ่งเหยิงสักเท่าไหร่

ในเรื่องราวมันก็จะมีบางอย่างที่เป็นความลับ ที่ถูกซ่อนเร้นไว้และเอามาเฉลยในตอนท้ายเรื่อง รวมกับความมันส์ของหนัง ในการต่อสู้ กับฉากแอคชั่นต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ ค่าย ดีซีจะทำออกมาเหมือนเป็นเรื่องถนัด

ความสวยงามต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นใต้ทะเล ก็เป็นอีกส่วนนึงที่หลายๆ คนเห็นและเกิดความน่าสนใจที่อยากจะดูเรื่องนี้ ก็คือ ความเป็นอณาจักร ใต้น้ำ ที่สวยงาม ซีจีที่ตระการตา เราจะเห็นชนเผ่าต่างๆ ที่มีหมู่ปลานู่นี่ มากมาย ออกมาสวยงามน่าดูมากๆ สีสันของเรื่องนี้ถือว่าออกมาได้ สวยงามครับผม

ในเรื่องของพระนาง ก็เป็นอีกจุดความน่าสนใจมาก เพราะด้วยที่ใช้ นักแสดงชื่อดังมาร่วมแสดง ก็คือพระเอก ที่รับบทก็คือ เจสัน มัวร์ ที่มีหุ่นที่สวยงาม ที่เคยแสดงหนังอยู่หลายๆเรื่อง เรื่องที่ทำให้เป็นที่รู้จักกันก็น่าจะหนี ไม่พ้น

ซีรีย์ดัง Game of throne ที่รับบท เป็น คาลโดโก้ ผู้ยิ่งใหญ่ และนางเอก ก็คือสาวหน้าสวย เอมเบอร์ ฮาร์ท ที่มีสีผมในเรื่องที่เป็นสีแดง ออกมาสวยงามมากๆ

รวมๆ แล้ว เรื่องนี้ค่อนข้างดีมาก ในส่วนต่างๆ ของเรื่อง ออกมาได้ดี โอเคสุดๆ ซีจี ก็ดี นักแสดงก็ดี พอตเรื่องก็โอเค สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจ ว่าจะหยิบผลงานนี้มาดู หรือเปล่า ขอให้แนะนำว่าสมควรดูเป็นอย่างยิ่งครับ BumbleBee 2018

เครดิต : ufa877

BumbleBee 2018

วันนี้จะมารีวิวหนังในจักรวาล ทรานฟอเมอร์ ที่ดีมากๆ เรื่องนึง เรื่อง BumbleBee 2018 ตั้งแต่ดูมา ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใกล้เคียง ความสนุกกับภาคแรก มากๆ ถึงแม้ภาคจะเป็นเรื่องแรก ของจักรวาลที่เกิด เรื่องนี้ก็ทำให้ความสนุกออกมาไม่แพ้กัน ต้องบอกก่อนว่า เรื่องนี้รวมทุกอย่างไว้ในเรื่องเดียว ความน่ารักของหนัง มันละมุนมากๆ และสนุกของหนังก็เช่นกัน ออกมาได้ดีจนติดใจ ไม่หายจึงต้องมาบอกต่อ เรื่องนี้สามารถชวนลูกชวนหลานไปดูได้หมด เพราะเด็กสามารถดูเข้าได้ไม่ยาก และมีฉากน่ารักๆ ตลอดทั้งเรื่อง

รีวิว BumbleBee 2018 คะแนน 8.3 / 10

หนังเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในสมัยก่อนที่ทรานฟอเมอร์ภาคแรกจะเกิดขึ้น ย้อนไปให้รู้ว่าต้นกำเนิดข้อง บัมเบิลบี นั้นเป็นอย่างไร ในยุค 80 นั้น ที่เหล่า ออโตบอท และ ดิเซปติคอน กำลังทำสงครามกันอย่างดุเดือด ด้วยระหว่างที่มีปัญหากันภายในดาว ไซเบอตรอน และสถานการณ์ในตอนนั้น

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

BumbleBee 2018
BumbleBee 2018

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เหมือนจะเป็นฝั่ง ออโตบอท ที่กำลังจะเป็นฝ่ายที่แพ้ในสงครามครั้งนี้ ออฟติมัสไพร์ จึงได้สั่งการ ให้เหล่าสมุนออโตบอทนั้น แยกย้ายไปกดดานในดาวต่างๆ เพื่อรอรอฟังประกาศอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป และในการสั่งการครั้งนี้ ทำให้หุ่นรบ ออโตบอทตัวหนึ่งที่ชื่่อว่า บี 127 หนีมากบดาน ที่โลกมนุษย์ และในการมากบดานครั้งนี้

ระบบในร่างกายของ บีก็เกิดความเสียหายไม่ใช่น้อย แต่ถึงอย่างไรก็ ยังถือว่าปรอดภัย และการที่ได้มายังโลก ทำให้ หุ่นรบ บี 127 นั้นได้พบ กับ ชาร์ลี หญิงสาววัยรุ่นที่ อายุได้ 18 ปี ที่อาศัยอยู่บนโลก เธอเป็นหญิงสาว ที่น่ารัก ขยันทำงาน และในวันเกิดของเธอ เธอก็ได้ รถโฟล์คเต่า สีเหลือง และนั่น ก็คือ บี127 และต่อจากนั้น

ก็เกิดความชุลมนหน่อยๆ เมื่อจริงๆ แล้ว รถโฟล์คเต่าคันนี้ ไม่ใช่แค่รถธรรมดา และในต่อมา ชาร์ลีก็เริ่มสงสัย ในรถคันดังกล่าว ว่ามีความผิดปกติบางอย่าง เกิดเหตุการณ์ ย้ายที่ได้ เปลี่ยนรูปร่างได้ สุดท้ายแล้วเธอก็รู้ว่า รถโฟล์คเต่าคันนี้ เป็นบี 127

และเธอก็ได้ทำความรู้จักกัน เธอนั้นไม่มีความกลัว บี เลยแม้แต่น้อย เพราะฉากตอนรู้จักกันครั้งนี้ เป็นฉากที่ทำให้เราแทยจะอมยิ้มกับความน่ารักบี ที่มีต่อ ชารืลี ตอนเริ่มทำความรู้จักกัน

โดยทั้งคู่สื่อสารกันด้วยการใช้เครื่องเสียง เพราะระบบของบีนั้นได้พังไม่เป็นท่า ในตอนที่ต่อสู้กันในช่วงต้นเรื่อง ชาร์ลีก็ได้ตั้ง ชื่อ ให้ บี 127 ว่า บัมเบิลบี ตามรูปร่างที่น่ารัก ของบี ที่เป็นรถเต่า


เราได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของบี ที่ในเรื่องทรานฟอเมอร์ นั้นก็เป็นตัวละครที่ทุกคนโปรดปรานกันอยู่แล้ว ได้รู้ถึงเรื่องที่ว่า ทำไมถึงต้องชื่อ บัมเบิลบี และทำไมบี ถึงพูดไม่ได้ ในเรื่อง คาแรกเตอร์ ของบี และชาร์ลีนั้นทำให้เราอมยิ้มได้ทั้งเรื่อง ความตลก ของครอบครัว ความตลก ซุ่มซ่ามของชาร์ลี ก็ทำให้หนังนั้น ออกมาดีและสนุกมากๆครับผม

หนังอื่นๆที่น่าสนใจ คลิก

เครดิต : ufa877